สำนักประธานศาลฎีกา
Office of the President of the Supreme Court

สำนักประธานศาลฎีกา
image

สำนักประธานศาลฎีกา

สารอวยพรปีใหม่พุทธศักราช ๒๕๖๔ ของนางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา
image

คำกล่าวอวยพรปีใหม่ ๒๕๖๔
ของประธานศาลฎีกา

******

พี่น้องประชาชนชาวไทยที่รักทุกท่าน

          เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ที่จะมาถึงนี้ ดิฉันและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านร่วมกันน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพร้อมใจกันตั้งจิตอธิษฐานต่อคุณพระศรีรัตนตรัย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล ตลอดจนพระบารมีแห่งสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ ได้โปรดดลบันดาลพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ให้ทรงพระเกษมสำราญ พระบารมีแผ่ไพศาล สถิตเป็นมิ่งขวัญปกเกล้าแก่ประชาชนชาวไทยตราบชั่วกาลนาน

          ในปีที่ผ่านมา ศาลยุติธรรมในฐานะองค์กรที่ใช้อำนาจอธิปไตยทางตุลาการได้ทำหน้าที่อำนวยความยุติธรรมในการพิจารณาพิพากษาคดีต่างๆ ที่ขึ้นสู่ศาลยุติธรรมโดยมุ่งเน้นความถูกต้อง เป็นธรรม และรวดเร็ว ทั้งยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรมดังที่เคยถือปฏิบัติมาตลอดมา อย่างไรก็ตาม นับแต่เดือนมีนคมที่ผ่านมา ประเทศของเราประสบกับปัญหาการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ อันส่งผลให้ศาลยุติธรรมต้องกำหนดมาตรการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว คดีจำนวนมากต้องเลื่อนออกไป แต่ด้วยการบริหารจัดการคดีที่ดี การนำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยต่างๆมาใช้ ประกอบกับความร่วมมือของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคดังกล่าวผ่อนคลายลง ศาลยุติธรรมก็สามารถนำคดีทุกคดีกลับมานัดพิจารณาพิพากษาให้แล้วเสร็จไปในระยะเวลาไม่นานนัก และหลังจากนั้นข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมทุกคนต่างทุ่มเทการทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้การพิจารณาพิพากษาคดีกลับเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐานระยะเวลาที่กำหนดไว้ คือ ในศาลชั้นต้นคดีทั่วไปแล้วเสร็จภายในเวลา ๑๒ เดือน นับแต่วันรับฟ้อง คดีอาญาที่จำเลยต้องขังระหว่างพิจารณาแล้วเสร็จภายใน ๖ เดือน นับแต่วันออกหมายขังระหว่างพิจารณา ส่วนในศาลสูงแล้วเสร็จภายใน ๑๒ เดือน นับแต่วันรับคดีไว้พิจารณา ซึ่งในปีพุทธศักราช ๒๕๖๓ นับถึงเดือนพฤศจิกายน ศาลยุติธรรมทั่วราชอาณาจักรทั้งสามชั้นศาลมีปริมาณคดีเข้าสู่การพิจารณาถึง ๑,๖๗๗,๕๘๗ คดี สามารถพิจารณาแล้วเสร็จไปร้อยละ ๘๔ นอกจากนี้ศาลยุติธรรมยังได้นำมาตรการต่างๆ เช่น การลดการเดินทางมาศาลโดยไม่จำเป็นของบุคคลในคดีทุกฝ่าย การลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี การไกลเกลี่ยและประนอมข้อพิพาทออนไลน์มาเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่พี่น้องประชาชนซึ่งผลการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจและสามารถแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้แก่พี่น้องประชาชนได้

          สำหรับทิศทางในการทำงานต่อไปของศาลยุติธรรมนั้น ดิฉันได้กำหนดนโยบายในการบริหารราชการภายใต้หลักการ บริสุทธิ์ ยุติธรรมโดยมีแนวทางดำเนินการ ๕ ด้าน คือ เสมอภาค สมดุล สร้างสรรค์ ส่งเสริม และส่วนร่วม นโยบายนี้ในภาพรวมจะให้ความสำคัญต่อการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ ให้ความเสมอภาคแก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ประชาสัมพันธ์เชิงรุกอย่างเข้าถึงและเข้าใจให้ประชาชนรับรู้ถึงสิทธิของตนในกระบวนการยุติธรรม สร้างดุลยภาพแห่งสิทธิโดยลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นในทุกขั้นตอน ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของจำเลยและผู้ต้องหา ขณะเดียวกันก็จะยกระดับการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเหยื่ออาชญากรรม ตลอดจนพยานไปด้วยอย่างสมดุล กระจายความยุติธรรมด้วยการพิจารณาเปิดทำการศาลในพื้นที่ห่างไกลและเหมาะสมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ไม่เสียค่าใช้จ่ายสูง ทั้งจะส่งเสริมการมีส่วนร่วมทั้งบุคลากรภายในและประชาชนทั่วไป เพื่อเป็นการสร้างความรับรู้และความเข้าใจระหว่างกัน นโยบายดังกล่าวได้ลงมือขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนจากข้าราชการฝ่ายตุลาการทุกคนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาแก่พี่น้องประชาชนชาวไทยว่าศาลจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของประชาชนได้อย่างแท้จริง

          พี่น้องประชาชนที่เคารพรักทุกท่าน ในปีใหม่นี้ แม้จะมีข้อวิตกกังวลอยู่ทั่วไปว่าสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ จะกลับมาแพร่ระบาดอีกคราวหนึ่ง และส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนและสภาพเศรษฐกิจของประเทศ แต่ดิฉันเชื่อว่าจะยังมีสิ่งดีๆ เรื่องดีๆ อีกหลายอย่างที่จะเกิดขึ้น อีกทั้งการตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ความรักสามัคคีตลอดจนกำลังใจที่ประชาชนในชาติมีให้แก่กัน จะทำให้เราทุกคนสามารถฟันฝ่าทุกสถานการณ์ดังเช่นที่เราเคยผ่านมาได้ด้วยกัน ซึ่งศาลยุติธรรมขอเป็นหนึ่งในกำลังใจนั้นเพื่อข้ามผ่านพันทุกปัญหาเคียงข้างพี่น้องประชาชนตลอดไป

          ในวันขึ้นปีใหม่นี้ ดิฉันและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่น้องประชาชนชาวไทย ขออัญเชิญอำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ท่านเคารพนับถือ ตลอดจนพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้โปรดบันดาลความสุขความสมปรารถนา และกำลังใจแค่ทุกท่าน ขอให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงมีกำลังกาย กำลังใจ ที่เข้มแข็ง เพื่อที่จะได้ร่วมกันสร้างสรรค์บรรดาสิ่งดีงามให้บังเกิดแก่ประเทศชาติอันเป็นที่รักของเราต่อไป สวัสดีปีใหม่ค่ะ

เมทินี ชโลธร
(นางเมทินี ชโลธร)
ประธานศาลฎีกา

******

          อ้างอิง : 
          
“นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา ส่งสารอวยพรปีใหม่” (๒๕๖๔, ๑ มกราคม). [Status Update] Facebook สื่อศาล @pr.coj. สืบค้นจาก http://bit.ly/353G4ER.

******


image รูปภาพ
image
image
image
image

image เอกสารแนบ